"จะไปเที่ยวไหนกันดี ???"
คำพูดอันเลื่อนลอยไม่ได้หวังคำตอบดิบดีอะไร หลุดออกจากปากผมไป
ตัวผมเองก็ไม่ได้หวังว่าจะต้องไปไหน เพราะตอนนั้นก็เป็นเวลาเที่ยงกว่าๆแล้ว
แต่คงเพราะเคยทำบุญปล่อยนกปล่อยปลา ณ ที่นั้นมาแต่ชาติก่อน
ทำให้วันนี้ผมต้องไปเยือนที่นั่น "เป็นครั้งแรก"
"สถานตากอากาศบางปู"
เป็นครั้งแรกที่ต้องไป ไม่รู้เส้นทาง ไม่รู้ว่าอยู่ที่ไหน ไม่รู้ว่าเป็นยังไง
ด้วยเวลาอันน้อยนิดที่มีทำให้ต้องรีบหาเส้นทางอย่างด่วนที่สุด
พอถึงเวลาประมาณบ่าย 2 กำลังจะออกจากบ้าน
"แดดแรงมาก"
คุณเธอที่ทำท่าอยากจะไปกลับบอกผมว่า
"กลับเข้าบ้านไปนอนดูหนังดีกว่า เย็นๆค่อยไป"
ซึ่งสุดท้ายกว่าจะได้ออกจากบ้านก็ล่วงเลยไปจน "5 โมงเย็น"
!!!!!!!!!!
จะไปดูอะไร ไปถึงฟ้าก็มืดพอดี
แต่ก็ได้แค่บ่นในใจ เพราะคุณเธออยากดู "นกนางนวล"
"ด๊ายยยยยยยยยย ไปก็ด๊ายยยยยยยยยยย"
เริ่มต้นจากที่เดิม ปั๊มแห่งชาติ(ปตท) เลียบทางด่วนรามอินทรา ข้างโฮมโปร
เลี้ยวกลับแล้วมุ่งหน้าสู่พระราม 9
ถึงแยกพระราม 9 เลี้ยวซ้ายเข้าเส้นพระราม 9 แล้วตรงไปเรื่อยๆ
มุ่งหน้าตามเส้นพระราม 9 ไปเรื่อยๆ จนถึงเส้นศรีนครินทร์ ข้ามสะพานแล้ววนก้นหอยเพื่อเข้าเส้นศรีนครินทร์ จากนั้นตรงยาว
"ถนนศรีนคริทร์"
เนื่องจากกำลังปรับปรุงถนนให้มีสภาพที่ดีขึ้น เลยทำให้ปัจจุบันสภาพถนน
"เหียกกกก มากกกก"
ถึงแม้รถไฟฟ้า BTS จะสร้างจนจะเสร็จไปกี่เส้นกี่สาย
ถนนศรีนครินทร์ก็ยังคงเป็น "อมตะนิรันดร์กาล" ของถนนที่ยังสร้างไม่เสร็จเสียที
และสภาพการจราจร
"อโศกว่าแย่แล้ว ที่นี่แย่กว่า"
และเหนืออื่นใดนั้น คนขับรถแบบ "กั๊ก" เยอะมาก
ถนนบนเส้นศรีนครินทร์จะมีดีอยู่อย่างนึงคือ บริเวณไหล่ทางของเลนขวา มีที่มากพอจะให้มอเตอร์ไซค์วิ่งผ่านได้
แต่เล็กเกินจะให้รถที่ใหญ่กว่ามอเตอร์ไซค์ ขับผ่านไปได้
แต่จะมีรถ "บางคัน" ที่ถึงแม้จะไปไม่ได้ แต่ขอให้ได้ออกมาขวางก็ยังดี
คำเดียวคับ
"กั๊ก"
จากนั้นก็ตรงตามเส้นศรีนครินทร์เรื่อยๆ ผ่านห้างซีคอนสแควร์
ข้ามสะพานข้ามเส้นบางนา
จากนั้นท่านจะพบสวรรค์ของผู้ชายลัลล๊า
2 ข้างทางเต็มไปด้วย ... และ ...
จากนั้นตรงมาเรื่อยๆ จนสุดเส้นศรีนครินทร์ เจอ 3 แยก เลี้ยวซ้ายเพื่อเข้าสู่เส้นสุขุมวิท
จากนั้นตรงตามเส้นสุขุมวิทไปเรื่อย สั่งเกตป้ายให้ดีครับ จะมีป้ายบอกให้เลี้ยวขวา เข้าสถานตากอากาศบางปู
แต่ว่า....... !!!!
"ไม่มีแยกให้เลี้ยวววว" !!!
ให้ตรงเลยไปอีกนิดคับ จะเจอที่เลี้ยวกลับ
ถนนแถวนี้ต้องขับแบบระวังหน่อยนะครับ เพราะคนข้ามถนนเยอะมาก
รถ 2 แถวที่อาจเบรคกระทันหันเพื่อรับผู้โดยสารเยอะมาก
ต้องบอกว่าการแข่งขันของรถโดยสารสูงมากนะครับแถวนั้น บางทีเห็นรถ 2 แถว 4 คันวิ่งเข้าหาผู้โดยสารที่โบกเรียกพร้อมๆกันก็มี
ต่อครับๆ...
เลี้ยวกลับเสร็จชิดซ้ายเลยคับ จะเห็นทางเข้าที่เป็นเหมือนกรมทหารอยู่
เนื่องจากสถานตากอากาศบางปูเนี่ย อยู่ในการดูแลของทหารบก
เลี้ยวซ้ายเข้าไปเลยครับ
ค่าเข้าฟรีครับ ไม่ต้องจ่ายซักแดง เข้าไปแล้วตรงไปเลยครับ ตรงไปเรื่อยๆจะเจอวงเวียน
ถ้าท่านโชค(ไม่)ดี จะเจอผู้ชายวัยกลางคนท่านนึง เดินมาพร้อมกับนกหวีดประจำตัว
(จังหวะนี้นึกภาพตามนะครับ)
ขณะที่ท่านกำลังจะเลี้ยวซ้ายเพื่อวนตามวงเวียน
เสียงนกหวีดแปดหลอดก็ดังขึ้น ชายคนดังกล่าวหันหน้ามาหาท่านพร้อมกับผายมือขวาไปทางขวา ราวกับจะเชิญชวนแล้วเราเลี้ยวไปตามวงเวียน
ผิดครับ !!!!
เค้าห้ามไม่ให้เราไปทางนั้นครับ จะให้เราเลี้ยวขวาเข้าลานจอดรถเลย
แหมมมมมมมมม้
"พี่คับ พี่ช่วยเปลี่ยนท่าได้มั๊ยคับพี่"
จากนั้นให้เลี้ยวเข้าลานจอดได้เลยครับ
ค่าจอดรถ 10 บาทเท่านั้น
เป้าหมายทริปนี้คือการไปดู "นกนางนวล"
แต่พลาดครับ นกนางนวลจะมาตอนพฤศจิกายน - พฤษภาคม (น่าจะประมาณนี้)
เพราะงั้นทริปนี้เป็นทริปเดินเล่นถ่ายรูปละกันคับ
หลังจากจอดรถเสร็จระหว่างทางเดินไปที่ศาลาสุขใจท่านจะเห็นกังหันลม
(ที่ไม่รู้ว่าผลิตไฟฟ้าได้มั๊ย)
ระหว่างทางเดินไปศาลาสุขใจอยากบอกว่าบรรยากาศดีมากครับ
เป็นสะพานปูขนาดใหญ่ประมาณ 4 เลน ไม่ค่อยมีรถวิ่งขึ้นมา
รถที่วิ่งส่วนใหญ่จะเป็นรถรับส่งของทางสถานตากอากาศบางปู
สะพานยาวมากครับ วิว 2 ข้างทางจะเป็นป่าชายเลนและทะเล
เนื่องจากไปถึงประมาณ 6 โมงนิด บรรยากาศก็เริ่มแดดร่มลมตก มองออกไปทางทะเล
เห็นฝนกระหน่ำลงเป็นสาย น่ากลัวครับ น่ากลัวจะกลับไม่ทัน
บริเวณสะพานจะมีหนุ่มสาวมายืนถ่ายรูป เดินเล่น จนบางคู่ถึงกับมายืนพลอดรักกันก็มี
"เอาหูไปนา เอาตาไปดู"
ไม่มีอะไรมากหรอกคับ ยังไม่ถึงขั้นหนังสด ไม่ต้องตกใจ
ที่ปลายสะพานจะพบกับอาคารหลังหนึ่งที่ดูเผินๆก็รู้คับว่าน่าจะมีอายุรุ่นลุงๆป้าๆ
ที่ได้รับการดูแลรักษาเป็นอย่างดี
"ศาลาสุขใจ"
บรรยากาศภายในอาคารจะเหมือนกับพิพิธภัณฑ์ขนาดย่อมๆ ที่อบอวลด้วยกลิ่นอาหาร
จากห้องอาหารของศาลาสุขใจ
ภายในมีห้องน้ำ ร้านขายขนม และร้านขายของฝากไว้บริการครับ
กว่าจะเดินเสร็จถ่ายรูปเสร็จเวลาก็ประมาณ 1 ทุ่มแล้วครับ
ก็ได้เวลากลับซะที
สรุป
ค่าน้ำมัน ใช้น้ำมันที่เหลือจากทริปสำเพ็ง + น้ามันเก่าคาเครื่อง คงประมาณ 60-70 บาท (ไป-กลับ)
ระยะทาง ประมาณ 40 กม ไม่มีขาดแต่อาจมีเกิน
ความเร็วที่ใช้เฉลี่ย 70 กม/ชม
อยากบอกคับว่าเป็นสถานที่ที่คุ้มค่าและควรค่าแก่การมาเยือนซักครั้ง อาจจะไมไ่ด้บรรยากาศที่สวยมากมาย แต่ก็เยอะพอถ้าเทียบกับระยะทาง ค่าใช้จ่าย และเวลาที่เสียไป แต่ถ้ามาเพื่อกินข้าวเอาบรรยากาศอาจจะต้องทำปิ่นโตมา เพราะที่นี่ไม่ค่อยมีร้านอาหารให้บริการเท่าไหร่และถ้ามาช่วงค่ำๆเย็นแนะนำให้กลับประมาณทุ่มนึง เพราะหลังจากนั้นอาจจะไม่ค่อยดีนักเนื่องจากเปลี่ยวและมีนักท่องเที่ยวบางท่านนำเหล้ามากิน โดยรวมอยากบอกว่าคุ้มครับ