วันเสาร์ที่ 8 ตุลาคม พ.ศ. 2554

"น้ำใจไม่เคยตัน" ร่วมแพคถุงยังชีพช่วยเหลือผู้ประสบภัยน้ำท่วม

วันอาทิตย์ที่ 9 ตุลาคมนี้ครับ

อยากเรียนเชิญเพื่อนๆท่านใดที่พอจะมีเวลาว่าง

ร่วมแพคถุงยังชีพเพื่อช่วยเหลือผู้ประสบภัยน้ำท่วม

ของคุณตัน ภาสกรนที ได้ที่สนามฟุตบอลอารีน่า10 ซอยทองหล่อ 10

ตั้งแต่เวลา 9 โมงเช้าเป็นต้นไปครับ

แผนที่การเดินทาง

ติดตามข่าวสารเพิ่มเติมได้ที่

วันอาทิตย์ที่ 2 ตุลาคม พ.ศ. 2554

อายุครบ 10000 กิโลขวบแล้วฮ๊าฟ


วันนี้ต้องไปรับแฟนที่สุพรรณคับ

แต่บังเอิ๊ญบังเอิญเห็นว่าเจ้าลูกชายอายุครบ 1 หมื่นกี่โลขวบพอดี

แฮปปี้เบิร์ททททท เดย์ ทู้ ยู ^o^

ก่อนขับออกไปรับแฟนคับ

ก็แวะเติมน้ำมันเติมลมที่ปั๊ม ปตท เลียบด่วนรามอินทรา

(PCX คันที่เห็นนี่รถผมคับ แต่ผมไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้องอะไรกับคนในรูปนะคับ 555+)

ระหว่างเติมลมคับ

หันไปเจอร้านบะหมี่เล็กๆ


เล็กจิงๆคับ

และไม่เหมาะกับ ไฮโซ เหนือเมฆ เท้าไม่ติดดิน

แต่สำหรับ "คนเดินดิน" ธรรมดาๆ

ต้องลองครับ เพราะว่าคุ้มค่าแน่นอน

พอเดินไปถึงหน้าร้าน มีเมนูที่เขียนด้วยปากกาลูกลื่นธรรมดาๆ

ลายมือไม่ได้สะสวยอะไร

ด้วยความที่ไม่รู้ว่าอะไรอร่อย เลยอาศัยดูคนที่เค้าสั่งก่อนหน้าแล้วถามลุงเจ้าของร้านว่าอะไร

เลยได้ บะหมี่ต้มยำ มาชามนึง


บะหมี่เส้นแบน 2 ก้อน

ใส่หมูแดงมาให้เกือบสิบชิ้น

ลูกชิ้นหมูอีก 3 ลูก

ลูกชิ้นปลาเส้นหั่นเป็นแผ่นอีก 4-5 แผ่น

หมูสับใส่แบบจุใจ

กระเทียมเจียวกากหมูเจียว

ทั้งหมดนี้ เพียง 35 บาท เท่านั้น !!!

เยอะมากครับ ขนาดคนที่กินข้าวทีละ 2 จาน อย่างผมยังอิ่ม

หน้าตาอาจจะดูบ้านๆ

แต่รสชาติไม่ได้ขี้เหร่แม้แต่น้อย ถ้าขึ้นห้างนี่อย่างน้อยก็ 50 บาท ล่ะ

อร่อยแค่ไหน มีหลักฐานมายืนยันคับ


"เกลี้ยงยันก้นชาม"

ส่วนความสะอาดก็ถือว่าคุณลุงแกใส่ใจไม่ใช่น้อยคับ

ใช้ตะเกียบแบบใช้แล้วทิ้ง มีพลาสติกห่อมาอย่างดี ส่วนช้อนกับชามเนี่ย

จะให้ใช้แล้วทิ้ง คุณลุงแกคงลำบากแน่คับ

สุดท้ายก็....

เหมือนเดิมคับ "ไม่ได้มีส่วนได้ส่วนเสีย"

แต่อยากสนับสนุนคนหากินสุจริตและมีความสามารถ แต่ขาดโอกาส อย่างคุณลุงคนนี้

ใครมีโอกาสแวะไป

ถ้าท้องยังว่าง

ลองสั่งดูครับ "บะหมี่ต้มยำ"

รับรองว่าไม่ผิดหวัง

ร้านอยู่บริเวณหน้าปั๊มน้ำมัน ปตท เลียบทางด่วนรามอินทรา ฝั่งขาออก ใกล้กับ Homepro

วันจันทร์ที่ 26 กันยายน พ.ศ. 2554

เทศกาลกินเจเยาวราช อิ่มบุญ... อิ่มท้อง... อิ่มเกินไปแล้ว!!

เช้าวันจันทร์ ที่ 26 กันยายน 2554


เช้าวันจันทร์ที่แสนจะ "ธรรมดา" ไม่ต่างจากเช้าวันจันทร์อื่นๆ


อาจจะแตกต่างนิดหน่อยที่ต้อง "แหกขี้ตา" ตื่นตั้งแต่ ตี 5


เพื่อรีบไปตรวจร่างกายประจำปี ที่โรงพยาบาลกรุงเทพคริสเตียน


เท่าที่จำได้ผมไปถึงโรงบาลตอนประมาณ 6 โมงเช้า


การตรวจร่างกายเป็นไปอย่างรวดเร็วและ "ธรรมดา"


ระหว่างรอตรวจร่างกายก็มีพยาบาลหน้าตา "ธรรมดาๆ" เข้ามาเทคแคร์


แต่สายตาไวกว่าความคิด อาจเป็นเพราะประสบการณ์ที่สั่งสมมานานนับปี


ทำให้ผมเห็น "ก้น" ที่ "ไม่ธรรมดา"


จัดว่าเป็น "ก้น" ต้องจัดให้อยู่ในทำเนียบก้นสวยของผมเลยทีเดียว


ซึ่งนี่อาจเป็นสิ่ง "ไม่ธรรมดา" เพียงสิ่งเดียวที่ผมอาจจะพบเห็นได้ในวัน "ธรรมดาๆ"


แต่ผมไม่เคยรู้ตัวเลยว่าวันนี้จะเป็น


"Black Monday"




- 90.14 จุด ตั้งแต่ทำงานมา 2 ปี เพิ่งเคยเห็น


ปกติตลาดหุ้นจะทำการ Circuit Breaker เป็นเวลา 30 นาที ถ้าหุ้นลงไป 10%


แต่นี่ -9.41% แล้วตลาดก็หยุดทำการ


ทุกคนคิดว่าตลาดคง Circuit Breaker ไปแล้ว


ทุกคนเลยออกไปเดินเล่นทำธุระส่วนตัว โดยที่ไม่รู้เลยว่า


อีก 5 นาทีต่อมา ตลาดก็เปิดทำการต่อ ด้วยเหตุผลที่ว่า "ระบบขัดข้อง"


หลังตลาดเปิดทำการ ก็เจอ "แรงซื้อลึกลับ"


ดันตลาด + ขึ้นไปประมาณ 30 จุด เหลือ -60+++


"ปล้นกันกลางวันแสกๆ"


"คุณลูกค้าบังเกิดเกล้า" ก็โทรมาถามทั้งวัน ด้วยคำถามเดียวกันทุกคน


"ทำไมหุ้นลง"


"ไม่ทราบคับ" คือความคิดที่อยู่ในหัวสมองตอนนั้น แต่ถ้าพูดไปมันจะดูไม่โปรเฟสชันแนล


"โดนแรงขายจากต่างชาติคับ" ดูจะเป็นคำตอบที่ดีที่สุด ณ เวลานั้น


"มึนครับ"


"เหวี่ยงทั้งวัน"


จนเกือบลืมไปว่าวันนี้มีนัดกับแฟนไปงาน


"เทศกาลกินเจ ที่ เยาวราช"


ตลาดหุ้นปิดประมาณ 4 โมงครึ่ง แฟนเลิกงาน 6 โมงกว่า


ผมทำงานสีลม แฟนทำงานลาดพร้าว


"รอครับ"




เกือบ 3 ชั่วโมงที่นั่งรอ


พอถึงเยาวราช อยากบอกว่า


"รถเยอะมาก"


แทบหาที่จอดไม่ได้ครับ รถจอดเต็มข้างทางยาวออกมาถึงแถวๆหัวลำโพง


ไม่อยากเสี่ยงไปแทรกจอดแถวนั้นครับ


เดี๋ยวโดนล็อกล้อล่ะซวยเลย


เลยขับหาที่จอดรถคับ


โชคดีเจอที่จอดรถคับ




ตรงที่ผมวงกลมไว้ครับ


ค่าจอดเพียง 10 บาทเท่านั้นคับ จอดนานแค่ไหนก็ได้


พอเดินออกจากที่จอดมาทางเส้นเยาวราชจะเจอแยกคับ


เป็นแยกที่ค่อนข้างวุ่นวาย "มากถึงมากที่สุด"


รถ "บางคัน" ขับไม่ค่อยสนใจคนเดินเท่าไหร่


พอถึงแยก ทีนี้ต้องถามตัวเองละคับว่าชอบแบบไหน




ทางสีแดงจะเป็นงานเทศกาลอาหารเจ มีอาหารเจให้เลือกมากมาย


เจทุกอย่าง


ส่วนอีกทางจะเป็นอาหารทั่วไป


อยากบอกว่าอาหารแถวเยาวราชเนี่ย


"น่ากินมาก"


แต่ไม่ใช่เป้าหมาย เพราะเป้าหมายของเราคือ "อาหารเจ"


เดินเข้ามาในงานสะดุดตากับร้านแรกคับ




ขายกระเพาะปลาเจ


ร้านนี้แนะนำว่า ถ้ามาเยือนเทศกาลกินเจเยาวราช


"ต้องแวะมา"


ไม่มีส่วนได้ส่วนเสียกับเจ๊ที่ขายนะคับ


แต่ย้ำว่า "ต้องมา"


ยิ่งใครชอบพวกซุปใส่พวกเครื่องเทศจีน กลิ่นออกหอมๆ มีรสไม่เผ็ดแต่กินแล้วร้อนๆ


"ยิ่งต้องมา"


อร่อยจิงคับ เดินกินหมดไป 1 ชาม ยังไม่พอต้องซื้อกลับบ้านอีก 2 ถุง


ถัดมาอีกร้านคับ


อยู่ข้างๆกันเลย ขายซาลาเปาเศรษฐีกับหมั่นโถวเศรษฐี คับ


ต้อง "เศรษฐี" คับ


เพราะมันลูกละ 20 บาท


อย่าคิดว่าลูกใหญ่นะคับ "เล็กมากกกกก"


แถวบ้านลูกขนาดนี้ขายกัน 7 บาทคับ ที่เซเว่นถ้าขนาดนี้ ขายประมาณ 10 บาทคับ


แต่ที่นี่ "ไทยแลนด์" คับ อะไรก็เกิดขึ้นได้


ไม่ใช่เศรษฐี แต่อยากลองชิมดูคับ


ควักแบงค์ 20 ให้ไปแล้วเอามาลองลูกนึง



ไม่ทราบเหมือนกันคับว่าไส้อะไร

ออกจากท้องพ่อท้องแม่มาก็นานแล้ว เพิ่งเคยกิน

"อร่อยคับ"

รสชาติเหมือนพวกกุ้ยช่าย แต่ไม่ใช่คับ มันหอมกว่า ไม่รู้ปรุงรสยังไง

เดินต่อไปเรื่อยๆเจอฮาเลย์คันงามคับ

ล้อหลังใหญ่ยังกะรถบรรทุก

แล้วก็เดินมาจนสุดทาง ข้ามถนนมาอีกฝั่งคับ ก็เป็นร้านอาหารเรียงรายกันเต็มไปหมด

แต่จะให้ซื้อกินหมดทุกร้านคงจะไม่ไหว

ไม่อยากวัดดวงว่าพุงจะแตกหรือกระเป๋าจะฉีกก่อน

แต่มีอีกร้านที่อยากแนะนำให้ไปครับ

น้ำส้มนี่ไม่เกี่ยวนะคับ

"ร้านขายแหนมเห็ดคับ"

ดูจะธรรมดาๆ ไม่มีอะไรแปลกใหม่แน่นอน

เดินเข้าไปซื้อมาเพราะแฟนอยากกินคับ

"เขาชอบ"

"คนขายหล่อโฮกกกกกกก"

จัดว่าหน้าตาดีสุดในบรรดาร้านที่มาขายของคับ

แต่ที่ "ไม่ธรรมดา" ที่สุดคับ

จังหวะทอนตัง ไม่รู้น้องแกก้มไปเรียกใครให้มาทอนตัง

โผล่ขึ้นมาปุ๊ป

"นางฟ้า"

"ชัดๆ"

ไม่รู้ว่าน้องสาวหรือแฟนคับ กะจะหยิบโทรศัพท์มาขอถ่ายรูปน้องเค้าคู่กะร้าน

"มือ(แฟน)ไวเท่าความคิด(ผม)"

ดึงถุงออกจากมือแล้วเดินหนีไปไหนไม่รู้ ถ่ายไม่ทันคับ

ไม่ได้มีส่วนได้ส่วนเสีย

แต่ถ้าแวะไป ไปอุดหนุนน้องเค้าด้วยนะคับ

555+

ทริปนี้คงไม่มีรีวิวอะไรมากมายคับ เพราะส่วนใหญ่เป็นอาหารทั้งนั้น เอาเป็นว่าถ้าใครกินเจ ต้องได้ของติดไม้ติดมือกลับบ้านแน่ๆ

^^

สรุป

ค่าน้ำมัน ถ้าจากลาดพร้าว ไปกลับคงประมาณ 50 บาท

ค่าจอดรถ 10 บาท

ค่ากิน แล้วแต่ทุนทรัพย์กับความหิว

งานมีถึงวันที่ 5 ตุลาคมนี้คับ ใครที่ชอบเดิน ชิม ชอป เดินไปกินไปต้องชอบแน่ๆคับ แต่อาหารไม่ค่อยหลากหลายเท่าไหร่เพราะว่าเป็นอาหารเจ แต่ถ้าเดินไปอีกฝั่งนึงรับรองว่า "ละลานตา" แน่นอนคับ

วันจันทร์ที่ 19 กันยายน พ.ศ. 2554

ทริปไกลๆ ไป Kao Kaew Es-ta-te Resort & Safari






ไปเที่ยว เขา เขียว เอส-ตา-ตี่ รีสอร์ท แอนด์ ซาฟารี กับ 2 ล้อ สตอรี่ เร็วๆนี้

ทริปเล็กๆที่เรียกว่า... สถานตากอากาศบางปู

"จะไปเที่ยวไหนกันดี ???"

คำพูดอันเลื่อนลอยไม่ได้หวังคำตอบดิบดีอะไร หลุดออกจากปากผมไป

ตัวผมเองก็ไม่ได้หวังว่าจะต้องไปไหน เพราะตอนนั้นก็เป็นเวลาเที่ยงกว่าๆแล้ว

แต่คงเพราะเคยทำบุญปล่อยนกปล่อยปลา ณ ที่นั้นมาแต่ชาติก่อน

ทำให้วันนี้ผมต้องไปเยือนที่นั่น "เป็นครั้งแรก"


"สถานตากอากาศบางปู"

เป็นครั้งแรกที่ต้องไป ไม่รู้เส้นทาง ไม่รู้ว่าอยู่ที่ไหน ไม่รู้ว่าเป็นยังไง

ด้วยเวลาอันน้อยนิดที่มีทำให้ต้องรีบหาเส้นทางอย่างด่วนที่สุด

พอถึงเวลาประมาณบ่าย 2 กำลังจะออกจากบ้าน

"แดดแรงมาก"

คุณเธอที่ทำท่าอยากจะไปกลับบอกผมว่า

"กลับเข้าบ้านไปนอนดูหนังดีกว่า เย็นๆค่อยไป"

ซึ่งสุดท้ายกว่าจะได้ออกจากบ้านก็ล่วงเลยไปจน "5 โมงเย็น"

!!!!!!!!!!

จะไปดูอะไร ไปถึงฟ้าก็มืดพอดี

แต่ก็ได้แค่บ่นในใจ เพราะคุณเธออยากดู "นกนางนวล"

"ด๊ายยยยยยยยยย ไปก็ด๊ายยยยยยยยยยย"



เริ่มต้นจากที่เดิม ปั๊มแห่งชาติ(ปตท) เลียบทางด่วนรามอินทรา ข้างโฮมโปร


เลี้ยวกลับแล้วมุ่งหน้าสู่พระราม 9

ถึงแยกพระราม 9 เลี้ยวซ้ายเข้าเส้นพระราม 9 แล้วตรงไปเรื่อยๆ


มุ่งหน้าตามเส้นพระราม 9 ไปเรื่อยๆ จนถึงเส้นศรีนครินทร์ ข้ามสะพานแล้ววนก้นหอยเพื่อเข้าเส้นศรีนครินทร์ จากนั้นตรงยาว


"ถนนศรีนคริทร์"

เนื่องจากกำลังปรับปรุงถนนให้มีสภาพที่ดีขึ้น เลยทำให้ปัจจุบันสภาพถนน

"เหียกกกก มากกกก"

ถึงแม้รถไฟฟ้า BTS จะสร้างจนจะเสร็จไปกี่เส้นกี่สาย

ถนนศรีนครินทร์ก็ยังคงเป็น "อมตะนิรันดร์กาล" ของถนนที่ยังสร้างไม่เสร็จเสียที

และสภาพการจราจร

"อโศกว่าแย่แล้ว ที่นี่แย่กว่า"

และเหนืออื่นใดนั้น คนขับรถแบบ "กั๊ก" เยอะมาก

ถนนบนเส้นศรีนครินทร์จะมีดีอยู่อย่างนึงคือ บริเวณไหล่ทางของเลนขวา มีที่มากพอจะให้มอเตอร์ไซค์วิ่งผ่านได้

แต่เล็กเกินจะให้รถที่ใหญ่กว่ามอเตอร์ไซค์ ขับผ่านไปได้

แต่จะมีรถ "บางคัน" ที่ถึงแม้จะไปไม่ได้ แต่ขอให้ได้ออกมาขวางก็ยังดี

คำเดียวคับ

"กั๊ก"

จากนั้นก็ตรงตามเส้นศรีนครินทร์เรื่อยๆ ผ่านห้างซีคอนสแควร์

ข้ามสะพานข้ามเส้นบางนา


จากนั้นท่านจะพบสวรรค์ของผู้ชายลัลล๊า

2 ข้างทางเต็มไปด้วย ... และ ...

จากนั้นตรงมาเรื่อยๆ จนสุดเส้นศรีนครินทร์ เจอ 3 แยก เลี้ยวซ้ายเพื่อเข้าสู่เส้นสุขุมวิท


จากนั้นตรงตามเส้นสุขุมวิทไปเรื่อย สั่งเกตป้ายให้ดีครับ จะมีป้ายบอกให้เลี้ยวขวา เข้าสถานตากอากาศบางปู

แต่ว่า....... !!!!

"ไม่มีแยกให้เลี้ยวววว" !!!

ให้ตรงเลยไปอีกนิดคับ จะเจอที่เลี้ยวกลับ

ถนนแถวนี้ต้องขับแบบระวังหน่อยนะครับ เพราะคนข้ามถนนเยอะมาก

รถ 2 แถวที่อาจเบรคกระทันหันเพื่อรับผู้โดยสารเยอะมาก

ต้องบอกว่าการแข่งขันของรถโดยสารสูงมากนะครับแถวนั้น บางทีเห็นรถ 2 แถว 4 คันวิ่งเข้าหาผู้โดยสารที่โบกเรียกพร้อมๆกันก็มี

ต่อครับๆ...

เลี้ยวกลับเสร็จชิดซ้ายเลยคับ จะเห็นทางเข้าที่เป็นเหมือนกรมทหารอยู่

เนื่องจากสถานตากอากาศบางปูเนี่ย อยู่ในการดูแลของทหารบก

เลี้ยวซ้ายเข้าไปเลยครับ

ค่าเข้าฟรีครับ ไม่ต้องจ่ายซักแดง เข้าไปแล้วตรงไปเลยครับ ตรงไปเรื่อยๆจะเจอวงเวียน



ถ้าท่านโชค(ไม่)ดี จะเจอผู้ชายวัยกลางคนท่านนึง เดินมาพร้อมกับนกหวีดประจำตัว

(จังหวะนี้นึกภาพตามนะครับ)

ขณะที่ท่านกำลังจะเลี้ยวซ้ายเพื่อวนตามวงเวียน

เสียงนกหวีดแปดหลอดก็ดังขึ้น ชายคนดังกล่าวหันหน้ามาหาท่านพร้อมกับผายมือขวาไปทางขวา ราวกับจะเชิญชวนแล้วเราเลี้ยวไปตามวงเวียน

ผิดครับ !!!!

เค้าห้ามไม่ให้เราไปทางนั้นครับ จะให้เราเลี้ยวขวาเข้าลานจอดรถเลย

แหมมมมมมมมม้

"พี่คับ พี่ช่วยเปลี่ยนท่าได้มั๊ยคับพี่"

จากนั้นให้เลี้ยวเข้าลานจอดได้เลยครับ

ค่าจอดรถ 10 บาทเท่านั้น

เป้าหมายทริปนี้คือการไปดู "นกนางนวล"

แต่พลาดครับ นกนางนวลจะมาตอนพฤศจิกายน - พฤษภาคม (น่าจะประมาณนี้)

เพราะงั้นทริปนี้เป็นทริปเดินเล่นถ่ายรูปละกันคับ

หลังจากจอดรถเสร็จระหว่างทางเดินไปที่ศาลาสุขใจท่านจะเห็นกังหันลม

(ที่ไม่รู้ว่าผลิตไฟฟ้าได้มั๊ย)

ระหว่างทางเดินไปศาลาสุขใจอยากบอกว่าบรรยากาศดีมากครับ

เป็นสะพานปูขนาดใหญ่ประมาณ 4 เลน ไม่ค่อยมีรถวิ่งขึ้นมา

รถที่วิ่งส่วนใหญ่จะเป็นรถรับส่งของทางสถานตากอากาศบางปู

สะพานยาวมากครับ วิว 2 ข้างทางจะเป็นป่าชายเลนและทะเล

เนื่องจากไปถึงประมาณ 6 โมงนิด บรรยากาศก็เริ่มแดดร่มลมตก มองออกไปทางทะเล

เห็นฝนกระหน่ำลงเป็นสาย น่ากลัวครับ น่ากลัวจะกลับไม่ทัน

บริเวณสะพานจะมีหนุ่มสาวมายืนถ่ายรูป เดินเล่น จนบางคู่ถึงกับมายืนพลอดรักกันก็มี

"เอาหูไปนา เอาตาไปดู"

ไม่มีอะไรมากหรอกคับ ยังไม่ถึงขั้นหนังสด ไม่ต้องตกใจ

ที่ปลายสะพานจะพบกับอาคารหลังหนึ่งที่ดูเผินๆก็รู้คับว่าน่าจะมีอายุรุ่นลุงๆป้าๆ

ที่ได้รับการดูแลรักษาเป็นอย่างดี

"ศาลาสุขใจ"




บรรยากาศภายในอาคารจะเหมือนกับพิพิธภัณฑ์ขนาดย่อมๆ ที่อบอวลด้วยกลิ่นอาหาร

จากห้องอาหารของศาลาสุขใจ




ภายในมีห้องน้ำ ร้านขายขนม และร้านขายของฝากไว้บริการครับ

กว่าจะเดินเสร็จถ่ายรูปเสร็จเวลาก็ประมาณ 1 ทุ่มแล้วครับ

ก็ได้เวลากลับซะที

สรุป

ค่าน้ำมัน ใช้น้ำมันที่เหลือจากทริปสำเพ็ง + น้ามันเก่าคาเครื่อง คงประมาณ 60-70 บาท (ไป-กลับ)

ระยะทาง ประมาณ 40 กม ไม่มีขาดแต่อาจมีเกิน

ความเร็วที่ใช้เฉลี่ย 70 กม/ชม

อยากบอกคับว่าเป็นสถานที่ที่คุ้มค่าและควรค่าแก่การมาเยือนซักครั้ง อาจจะไมไ่ด้บรรยากาศที่สวยมากมาย แต่ก็เยอะพอถ้าเทียบกับระยะทาง ค่าใช้จ่าย และเวลาที่เสียไป แต่ถ้ามาเพื่อกินข้าวเอาบรรยากาศอาจจะต้องทำปิ่นโตมา เพราะที่นี่ไม่ค่อยมีร้านอาหารให้บริการเท่าไหร่และถ้ามาช่วงค่ำๆเย็นแนะนำให้กลับประมาณทุ่มนึง เพราะหลังจากนั้นอาจจะไม่ค่อยดีนักเนื่องจากเปลี่ยวและมีนักท่องเที่ยวบางท่านนำเหล้ามากิน โดยรวมอยากบอกว่าคุ้มครับ

วันเสาร์ที่ 17 กันยายน พ.ศ. 2554

ไปเที่ยวกันมั๊ย...... เดี๋ยวพี่พาไป สำเพ็งๆๆๆๆ

ตี 2 ของเช้าวันเสาร์ เวลาที่ใครหลายๆคนเพิ่งจะเดินออกจากสถานบันเทิง(เริงรมย์)

ซึ่งผมเองก็ควรจะเป็นหนึ่งในนั้น...

แต่เปล่าเลยสำหรับเสาร์นี้

เพราะดันรับปากใครบางคนที่เค้าอยากจะไปเที่ยวตลาด(เกือบจะ)เช้าที่สำเพ็ง

เลยต้องเข้านอนแต่หัวค่ำ(5ทุ่ม) และ ตื่นตอนเช้า(โคตร!!!)

แต่คือ... ไม่เข้าใจว่า ???

ทำไมไอ้คนที่อยากจะไป ถึงไม่ยอมตื่น

สุดท้ายกว่าจะได้ฤกษ์ออกจากบ้านก็ตี 3 ครึ่ง

"เช๊ดดดดด !! จะทันตลาดมั๊ยเนี่ยยย"

แล้วสำเพ็งมันอยู่ไหน แล้วเราต้องไปทางไหน น้ำมันก็เหลือแค่ 2 ขีด

"เอาวะ เติมน้ำมันก่อน แล้วค่อยถามกู"

"เกิ้ลลลลลล" (ใครเคยดู Love at First Flight ของ Galaxy Tab จะเก็ต)

ควักกระเป๋าจ่ายค่าน้ำมันไปร้อยนึง


"กรอบ" คับ ร้อยเดียวช่วงปลายเดือนก็มีค่าอย่างหาที่เปรียบไม่ได้

ผลที่ได้คือ

เต็มขีด แต่ ไม่เต็มถัง จากที่เหลืออยู่ 2 ขีด

กับเลขไมล์ที่ 9146 km (อยากบอกว่ายังไม่ได้เช็ค 8000 โล เลย -*-)

เพียงพอคับ พาผมไปถึงสำเพ็งและกลับบ้านได้แน่นอน

"ใจพร้อม" "คนพร้อม" "รถพร้อม" "รู้ทาง"

เริ่มต้นที่ปั๊มน้ำมันแห่งชาติ (ปตท) ตรงเลียบทางด่วนอาจณรงค์ - รามอินทรา ฝั่งขาออก (ข้างโฮมโปร)

กลับรถและตรงไปทางเอกมัย สภาพจราจรตอนนี้โล่งสุดๆ

แต่อันตรายโคตร!!!!

"จะขับเร็วหา....หรอ" !!!

คืออยากบอกว่าขับรถเวลานี้เนี่ย ต้องตั้งสติและมองกระจกข้างตลอดเวลา

คือมันจะมีไอ้พวกแบบ ชอบขับจี้ตูด

คือเลนอื่นก็ว่างอะนึกออกมะ ถนนมี 3 เลนอะ แล้วเลนอื่นว่างโล่งเลยอะ

"จะจี้หา......... หรอ" !!

คือบางทีอยู่เลนซ้ายสุด ส่วนเลนกลางกับเลนขวาว่างโล่งเลยนะ

ก็ยังอุตส่าขับมาจี้ตูดที่เลนซ้าย แล้วให้เราออกเลนขวาเพื่อให้มันแซง

จนแล้วจนรอดก็พาตัวเองรถมอไซแล้วก็คนซ้อนมาถึงแยกพระราม 9 ได้อย่างปลอดภัย


ตรงข้ามแยกไป ชิดซ้ายลงสะพานก้นหอยเข้าเส้นเพชรบุรี

แล้วตรงไปเรื่อยๆ เจอแยกรัชดาตัดเพชรบุรี แล้วเลี้ยวซ้ายเข้าเส้นอโศก

ที่สุดของคำว่า "อมตะนิรันดร์กาล"

กลางวันเป็นเช่นไร กลางคืนเป็นเช่นนั้น

"การจราจรติดขัด" !!!

ไม่อยากเชื่่อสายตาตัวเองว่าจะต้องมาเจอรถติดตอนตี 3

แต่เรามัน 2 ล้อ ติดแค่ไหนก็แค่นั้น ก็ขับไปเรื่อยๆ จนทะลุมาถึงแยกอโศก ที่จะมุ่งหน้าไปทางคลองเตย



ระหว่างทางขับผ่าน "ซอยคาวบอย" ที่อยู่ทางซ้ายมือ พอมองเข้าไปเท่านั้นแหละ

"นมทั้งนั้น ตั้งแต่ต้นซอยยันท้ายซอย"

อยากรู้จังกินนมกะเหล้าอร่อยยังไง ???

555+

ไม่แปลกใจว่าทำไมฝรั่งตัวสูง

พอข้ามแยกอโศกไปตรงไปเรื่อยๆจนเจอแยกต่อไปเลี้ยวขวาเข้าเส้นพระราม 4

แต่ระวังนะคับ ช่วงก่อนจะถึงแยกคลองเตย ขับชิดซ้ายไว้ให้ดี

ไม่งั้นเงินจะหายร้อยนึง

เข้าใจตรงกันนะ ^^

ถัดจากนั้นตรงไปตามเส้นพระราม 4 จนถึงหัวลำโพง

จากนั้นผมใช้วิธีขับตามๆเขาไปจนเข้าเส้นเยาวราชได้ (ด้วยความฟลุ๊ค)

อยากบอกว่าเยาวราชช่วงนี้มีเทศกาลอาหาร 

ถ้าจำไม่ผิด 16-18 ก.ย. 54 (พี่ที่ทำงานบอกมา)

งานมีจนถึงเที่ยงคืน แต่กว่าผมจะไปถึงก็โน่นแน่ ตี 4 เหลือแค่เต๊น

จากนั้นก็ตามแผนที่นี้เลยคับ


สำเพ็งจะอยู่ในซอยที่ผมขีดสีแดงๆไว้ ไปถึงจอดรถมอไซข้างหน้า ล๊อครถให้ดี เพราะไม่มีใครดูรถให้เรา

พอไปถึงก็ได้เวลาตื่นของคนซ้อนคับ

คืออยากบอกว่าก่อนหน้านั้นเนี่ย "หลับตลอดทาง"

โดยให้เงื่อนไขว่า "ห้ามขับเร็ว ห้ามสะเทือนแรง ห้ามทำเค้าตก"

โดยที่เค้า "หลับโดยซ้อนท้ายมอไซ และไม่จับอะไรเลย"

"ไม่ใช่เจย์โชนะเว้ยเฮ้ย" จะได้ทำได้

พอมาถึงเหมือนหนังคนละม้วน

ไอ้คนที่เคยหลับอยู่ท้ายรถ คนที่เคยงัวเงียไม่ยอมตื่น

กลับกลายเป็นหนูน้อยในสวนดอกไม้ เดินดุ่มๆเข้าไปโดยไม่สนใจเรา


อยากบอกว่าเดินสบายคับเวลานี้ อากาศกำลังเย็นสบายเลย เดินแค่ไหนก็ไม่เหนื่อย

ถ้าใครมาซื้อของไปขายอยากบอกว่าดีมากคับ

สินค้าส่วนใหญ่ที่นี่จะเป็นพวกกระเป๋าแล้วก็ของกิฟช็อปทั้งหลาย

อยากบอกว่า ราคาถูกมากกกกกก !!!!

ของบางอย่างเราเคยซื้อแถวบ้านเรา 300 มาเจอแถวนี้ 160 บาท ก็มี

ยิ่งของจุกจิกกิ๊บเก๋นี่มีให้เลือกเพียบ เหมาะกับสาวๆเป็นที่สุด

แต่ "คนเยอะมากกก" ไม่ใช่แค่คนนะคับ

รถเข็นขายของก็เยอะพอกัน

เลยไม่ค่อยได้ถ่ายรูปมาฝากทุกท่านเท่าไหร่

เอาล่ะมาสรุปค่าเดินทางสำหรับทริปแรกทริปเล็กๆนี้ดีกว่า

ค่าน้ำมัน เสียไป 100 แต่ดูจากหน้าปัดแล้วน่าจะใช้น้ำมันไปประมาณ 50 บาท

ความเร็วที่ใช้เฉลี่ย 70 กม/ชม

ระยะทางไปกลับประมาณ 50 กม.

สรุป

ถ้าไปเพื่อซื้อของมาขายหรือไปหาซื้อของราคาถูกๆก็เหมาะมาก แต่ถ้าไปเดินเที่ยวโดยไม่สนใจที่จะซื้อของเท่าไหร่ อยากไปเดินเที่ยวชิลๆเอาบรรยากาศล่ะก็ กรุงเทพมีที่น่าเดินกว่านี้เยอะคับ

วันอังคารที่ 13 กันยายน พ.ศ. 2554

2 ล้อ ขอเปิดตัว


สวัสดีเพื่อนชาว 2 ล้อ 3 ล้อ 4 ล้อ แล้วก็ทุกๆล้อ นะคับ

ก็....... ถือวิสาสะว่าเป็นฤกษ์งามยามดี ^^ ที่จะทักทายทุกๆท่านนะคับ

หลายคนอาจจะสงสัยว่า พวกเรา(แก) มาทำอะไรกัน ??

2 ล้อ สตอรี่ คืออะไร ??

เอาคร่าวๆละกัน

บล็อคเราเป็นบล็อคเอาใจคนชอบเที่ยวคับ แต่เที่ยวธรรมดามัน "ไม่ถึง" !!!

ย้ำคับว่า "ไม่ถึง" !!!

ต้องตะลอนทัวร์ด้วยมอเตอร์ไซค์

ถ้าถามว่ามอเตอร์ไซค์อะไร ดีรึเปล่า ??

ขอตอบว่า "เปล่าคับ" 

มอเตอร์ไซค์ธรรมดาๆนี่แหละคับ 

ธรรมดาชนิดที่ว่ากว่าจะบิดให้ถึง 100 นี่ ท่อแทบแตก !! เครื่องแทบไหม้ !!

มอเตอร์ไซค์แบบนี้แหละคับ ที่จะเอาไปร่อนให้ทั่วไทย แล้วมารีวิวสถานที่ท่องเที่ยวให้ได้ชมกัน

สถานที่แรกวางแพลนเรียบร้อย เสาร์นี้เจอกัน

ขอบอก... ไม่ทำมะดา O_o

อยากบอกว่าตลาดแถวบ้านเขาเปิดกันเช้า แล้วไปวายตอนสายๆ

แต่คำสั่งเบื้องบน คำสั่ง ผบทบ. 

บอกอยากไปตลาดที่เปิดตอนตีสาม แล้วไม่ได้ไปซื้อของสดของแห้ง !!

จะไปซื้อ.... เสื้อผ้าาาาา ตุ้มหู รองเท้า เขาบอกว่าของถูก

"แม่จ้าววววววววววววว !! ทริปแหกขี้ตาอีกแล้ว"

แทนที่คืนวันศุกร์จะได้ลัลล๊ายันตี 4 แล้วกลับไปนอน

กลับต้องรีบนอนแล้วตื่นตี 3

คุ้มมั๊ยเนี่ยยยยยยย !!!

++ เสาร์นี้รู้กัน ++