ทริปนี้ถูกดองไว้นานมากครับ
ทั้งติดน้ำท่วม ทั้งจองห้องไม่ได้ และแล้ววันที่รอคอยก็มาถึง
บังเอิญมีห้องว่างครับ
แต่เช็คอินวันศุกร์ เอาท์วันเสาร์
ถ้าไม่เอาคูปองที่ซื้อมาก็หมดอายุ
ไฟล์ทบังคับครับ จำใจต้องลางาน ทิ้งลูกค้าแสนรักแสนหวงผจญชะตากรรมในตลาดลักทรัพย์แห่งประเทศไทย
"ครับผม"
ไม่ต้องสงสัยครับ ผมไม่ได้พิมผิดแต่อย่างใด
มันคือ ตลาด "ลักทรัพย์" แห่งประเทศไทย จิงๆครับ
จำใจต้องใช้วันลาพักผ่อนที่มีอยู่แค่ 11 วัน
แต่ที่ไม่เข้าใจคือ
กราบเรียนท่านเจ้านายที่เคารพ
(เมิง)จะให้เวลาทำ "หมัน" มาทำอะไรตั้ง 99 วันครับ
...
ในที่สุด วันศุกร์ที่รอคอยก็มาถึงครับ
เส้นทางเดิมครับ
ศรีนครินทร์ - บางนา ตราด - บายพาส
"ศรีนครินทร์"
ขอแสดงความยินดีกับเหล่าประชาชนย่านศรีนครินทร์ด้วยนะครับ
คุณมีสิ่งที่เรียกว่า "ถนน" ใช้แล้วครับ
แต่เสียดายที่มันแค่ "ช่วงสั้นๆ"
"สั้นจริงๆครับ"
"บางนา"
ถ้าไม่นับเลนในที่วิ่งอยู่ใต้ทางด่วน
ก็จัดว่าสูสีกับถนนก่อนหน้านี้เลยครับ
แทบจะต้อง "สับล้อหลอก" หลบระเบิดที่วางอยู่บนถนนกันเลยทีเดียว
"บายพาส"
จิงๆไม่รู้ว่าเส้นนี้เรียกอะไรคับ แต่ป้าร้านอาหารตามสั่งในเขาเขียวแกบอกว่าบายพาส
ผมก็บายพาสตามแก ถ้าผิดก็ตามไปทักท้วงกับแกเอาเองละกันครับ
ที่แผงลอยร้านสุดท้าย ถ้าไปอย่าลืมแวะไปอุดหนุนนะครับ อาหารป้าแกอร่อย+ถูก
ถนนช่วงนี้ขับระวังๆนะครับช่วงนี้ รถใหญ่เยอะมาก และทางเข้าเขาเขียวเนี่ย
หายากมากกกกกกกกกกกกกกกกกกกกก
ในที่สุดก็มาถึงครับ
รีสอร์ทจะอยู่ข้างในสวนสัตว์เปิดเขาเขียวเลยนะครับ
ตอนขับเข้าไปในเขาเขียวบอกเค้าเลยครับว่ามาพักที่เอสตาเต้
แล้วก็เอาเอกสารจองห้องให้เค้าดู
แล้วเค้าจะไม่เก็บค่าเข้าจากเรา
จากนั้นตลาดทางในเขาเขียวจะมีป้ายบอกทางตลอดครับ ตลอดทางที่วิ่งไปจะเป็นสวนสัตว์เปิดนะครับ
ขับระวังๆด้วย เพราะจะมีกวางเดินเพ่นพ่านไปมาตลอด
"เวลคั่มดริ๊ง"
ไม่รู้ว่าน้ำส้มมันอร่อย หรือเพราะผมขับรวดเดียวจาก กทม มาถึงที่นี่โดยไม่พัก
มันถึงได้อร่อย
555+
จากนั้นครับ พนักงานก็จะพาเรานั่งรถกอล์ฟไปที่บริเวณรีสอร์ทครับ
ส่วนรถของเราก็จอดอยู่ข้างหน้ารีสอร์ทแถวๆ Lobby
ไม่ต้องห่วงครับ มี รปภ คอยดูรถให้เราตลอด ระวังแค่กวางจะมาขี้ใส่แค่นั้นเอง
จาก Lobby ไปบริเวณรีสอร์ท ไม่ค่อยไกลมากครับ สามารถเดินไปได้
จากรูปที่เห็นจะเป็นลานลาดลงไปครับ สุดลานจะเป็นทะเลสาบแล้วก็ห้องอาหารครับ
พนักงานจะพาขับรถไปชมบริเวณรีสอร์ทก่อนครับ และแนะนำว่าห้องอาหารอยู่ไหนห้องน้ำอยู่ไหน
จากนั้นจะพามาจอดที่กระโจมที่เราพักครับ
ในกระโจมก็ตามที่เห็นในภาพครับ ไม่ได้ใหญ่อะไรมากมาย
มีแอร์ให้ตัวนึง สภาพกลางเก่ากลางใหม่แต่ใช้งานได้ดี
มีโต๊ะวางของ มีตู้เย็น มีน้ำเปล่าให้ 2 ขวด ส่วนขนมกับน้ำอย่างอื่นต้องจ่ายครับ
ไฟที่ใช้ในห้องเป็นโคมไฟ 2 อันรูปร่างคล้ายตะเกียงครับ
ส่วนห้องน้ำจะเป็นห้องน้ำรวมแยก ชาย หญิง
สภาพห้องน้ำไม่น่ากลัวอย่างที่คิดคับ
ผมว่าสะอาดกว่าห้องน้ำส่วนตัวในห้องอย่างที่เจอมาในรีสอร์ทอื่นๆอีกครับ
"คลี่" ไปดูวิวไปครับ ความสุขแบบแปลกๆ
ในกระโจมอาบน้ำ จะมีที่ใส่ของไว้ให้กันเปียกครับ
ล็อคเกอร์ครับ ใช่ลูกกุญแจตัวเดียวกับที่ใช้เปิดห้อง
ห้องอาหารครับ เปิดบริการตั้งแต่ 6 โมงเช้า จนถึง 4 ทุ่มครับ
ส่วนราคาก็ตามมาตรฐานรีสอร์ททั่วไป
คือ "แพง" ครับ สำหรับผม
ออกไปหาอาหารตามสั่ง บริเวณทางเข้าเขาเขียวกินดีกว่า
ราคาเป็นมิตรกว่ากันเยอะเลย
บรรยากาศข้างหน้าห้องอาหารครับ มองไปไกลๆจะเห็นทะเลสาบ สามารถเดินไปได้ครับ
อันนี้ขับมอไซออกมาเที่ยวครับ ทางซ้ายมือของรูปนี้จะเป็นบริเวณของรีสอร์ทครับ
ในรีสอร์ทมีแสงไฟไม่ค่อยมากนะครับ จะมีแค่โคมไฟเล็กๆตั้งพื้นแค่นั้น ตกดึกบรรยากาศจะเลิศมาก
ตอนดึกๆในรีสอร์ทค่อนข้างมืดครับ ถ้าเอาไฟฉายไปด้วยจะดีมากเลย
พอตกดึกก็ได้เวลา Night Safari ล่ะครับ
จะมีรถของสวนสัตว์พานักท่องเที่ยววิ่งไปรอบเขา ไปดูกวางดูสัตว์ออกมาหากินครับ
ช่วงเวลาไนท์ซาฟารีเนี่ย ไฟในรีสอร์ทช่วงทางเดินขึ้นมาที่ล็อบบี้เพื่อไปเอารถเนี่ย
ปิดหมดครับ "มืดสนิท" เลย ได้อารมณ์เหมือนเดินอยู่ในป่าโคตร
คนอื่นเค้านั่งรถที่เขาเขียวจัดไว้ให้
มันธรรมดาไป เราไม่ชอบ
เอารถมอไซนี่แหละ ขับรอบเขา บรรยากาศค่อนข้างน่ากลัวเอาเรื่องเลย
ถ้าขับมาคนเดียวเนี่ย มีเสียวสันหลังแน่ๆ
ทางที่เค้าจัดไว้ให้ชมไนท์ซาฟารีเนี่ย ขับไม่ค่อยยากครับ
ไม่ค่อยมีพวกโค้งหักศอกหรือทางลาดชัน
ไม่มีภาพให้ดูนะครับ เพราะมันมืดมากกกกกกกกกกกกกกกก
ขับวนเล่นบนเขาได้ 3-4 รอบก็เบื่อละครับ
เพราะมันไม่ได้ใหญ่เลย ขับ 5 นาทีก็ได้รอบเขาแล้ว
มานั่ง.......
+ ดูดาว ..... ดีกว่า
^____^
ข้างหน้าเต๊นท์จะมีเก้าอี้แบบเก้าอี้เอนๆตามสระว่ายน้ำกับโต๊ะให้ตัวนึง
ก็นั่งดูดาว นอนดูดาวกันไป
ส่วนเต๊นท์เยื้องๆไปหน่อยก็มากัน 2 คนหนุ่มสาว
จิบเบียร์ไป ....... กันไป
ไม่อยากคิดว่าเข้าเต๊นท์จะเป็นไง
555+
พอตึงๆ ดึกๆ ก็ไปอาบน้ำนอนครับ ก่อนอาบน้ำแวะ "คลี่" ไป เอาไฟฉายส่องกวางที่มาเดินเล่นหลังห้องน้ำไป
แปลกดี "แต่ชอบ"
^____^
ผมไม่ได้ชอบโชว์นะครับ แต่รู้สึกดีเวลานั่ง "คลี่" แบบโล่งๆ
555+
เช้าๆมีหมอกลงด้วยครับ
แล้วถ้าเห็นกวางหรือนกอะไรก็ไม่รู้ขายาวๆ มาเดินเล่นในรีสอร์ทก็ไม่ต้องแปลกใจไม่ต้องตื่นเต้นนะครับ
เพราะสัตว์เองมันก็ไม่ได้แปลกใจหรือตื่นเต้นกับการมาของเราเท่าไหร่เลย
สงบสติอารมณ์ไว้นะครับ เดี๋ยวพวกกวางมันจะหาว่าเรา "บ้านนอกเข้าป่า"
อาหารเช้าครับ มีพวกไส้กรอก ไข่ดาว แฮม เบคอน ขนมปัง เนย แยม ข้าวต้ม คอนเฟลก น้ำส้ม น้ำเปล่า
ตามมาตรฐานรีสอร์ททั่วไป รสชาติถือว่าโอเคคับ ไม่ได้เลวร้ายน่ารังเกียจ
แต่ก็ไม่ได้กินแล้วมีออร่าหรือมังกรพุ่งออกจากปากแบบการ์ตูน
บรรยากาศเช้าๆก็โอเคคับ แต่ก็ยังแพ้ตอนกลางคืน
บริเวณรีสอร์ทมีชิงช้าให้นั่ง มีจักรยานผุๆพังๆ ให้ขี่เล่น
ก่อนจะหยิบมาขี่ก็เลือกดีๆหน่อยนะครับ
ไม่งั้นถ้าขึ้นนั่งแล้วเบาะหลุดเจอแต่ตอเหล็ก
ท่านอาจจะโดนลุกล้ำอธิปไตยไปอย่างไม่ทันระวังตัว
ที่รีสอร์ทนี้ต้องเช็คเอาท์ออกก่อน 11.00 นะครับ
สุดท้ายระหว่างทางกลับก็แวะไปหาอะไรกินที่บางแสน
ทริปนี้ครบเลยครับ
ทั้งภูเขาทั้งทะเล
ค่าน้ำมันไปกลับ รวมขับรถเล่น ไม่น่าจะเกิน 500 บาท
ค่ากินค่าอยู่แล้วแต่ว่าใครจะกินหรูอยู่สบายแค่ไหน
ส่วนค่าห้องใช้คูปอง ensogo ราคา 1300 บาทครับ
สำหรับทริปนี้ต้องบอกว่า
คุ้มเกินราคาครับ























































