วันอังคารที่ 31 มกราคม พ.ศ. 2555

Review : Es-Ta-Te Khao Kheow Resort

ทริปนี้ถูกดองไว้นานมากครับ

ทั้งติดน้ำท่วม ทั้งจองห้องไม่ได้ และแล้ววันที่รอคอยก็มาถึง

บังเอิญมีห้องว่างครับ

แต่เช็คอินวันศุกร์ เอาท์วันเสาร์

ถ้าไม่เอาคูปองที่ซื้อมาก็หมดอายุ

ไฟล์ทบังคับครับ จำใจต้องลางาน ทิ้งลูกค้าแสนรักแสนหวงผจญชะตากรรมในตลาดลักทรัพย์แห่งประเทศไทย

"ครับผม"

ไม่ต้องสงสัยครับ ผมไม่ได้พิมผิดแต่อย่างใด

มันคือ ตลาด "ลักทรัพย์" แห่งประเทศไทย จิงๆครับ

จำใจต้องใช้วันลาพักผ่อนที่มีอยู่แค่ 11 วัน

แต่ที่ไม่เข้าใจคือ


กราบเรียนท่านเจ้านายที่เคารพ
(เมิง)จะให้เวลาทำ "หมัน" มาทำอะไรตั้ง 99 วันครับ

...

ในที่สุด วันศุกร์ที่รอคอยก็มาถึงครับ

เส้นทางเดิมครับ

ศรีนครินทร์ - บางนา ตราด - บายพาส

"ศรีนครินทร์"

ขอแสดงความยินดีกับเหล่าประชาชนย่านศรีนครินทร์ด้วยนะครับ

คุณมีสิ่งที่เรียกว่า "ถนน" ใช้แล้วครับ

แต่เสียดายที่มันแค่ "ช่วงสั้นๆ"

"สั้นจริงๆครับ"

"บางนา"

ถ้าไม่นับเลนในที่วิ่งอยู่ใต้ทางด่วน

ก็จัดว่าสูสีกับถนนก่อนหน้านี้เลยครับ

แทบจะต้อง "สับล้อหลอก" หลบระเบิดที่วางอยู่บนถนนกันเลยทีเดียว

"บายพาส"

จิงๆไม่รู้ว่าเส้นนี้เรียกอะไรคับ แต่ป้าร้านอาหารตามสั่งในเขาเขียวแกบอกว่าบายพาส

ผมก็บายพาสตามแก ถ้าผิดก็ตามไปทักท้วงกับแกเอาเองละกันครับ

ที่แผงลอยร้านสุดท้าย ถ้าไปอย่าลืมแวะไปอุดหนุนนะครับ อาหารป้าแกอร่อย+ถูก

ถนนช่วงนี้ขับระวังๆนะครับช่วงนี้ รถใหญ่เยอะมาก และทางเข้าเขาเขียวเนี่ย

หายากมากกกกกกกกกกกกกกกกกกกกก

ในที่สุดก็มาถึงครับ

รีสอร์ทจะอยู่ข้างในสวนสัตว์เปิดเขาเขียวเลยนะครับ

ตอนขับเข้าไปในเขาเขียวบอกเค้าเลยครับว่ามาพักที่เอสตาเต้

แล้วก็เอาเอกสารจองห้องให้เค้าดู

แล้วเค้าจะไม่เก็บค่าเข้าจากเรา

จากนั้นตลาดทางในเขาเขียวจะมีป้ายบอกทางตลอดครับ ตลอดทางที่วิ่งไปจะเป็นสวนสัตว์เปิดนะครับ

ขับระวังๆด้วย เพราะจะมีกวางเดินเพ่นพ่านไปมาตลอด


"เวลคั่มดริ๊ง"

ไม่รู้ว่าน้ำส้มมันอร่อย หรือเพราะผมขับรวดเดียวจาก กทม มาถึงที่นี่โดยไม่พัก

มันถึงได้อร่อย

555+

จากนั้นครับ พนักงานก็จะพาเรานั่งรถกอล์ฟไปที่บริเวณรีสอร์ทครับ



ส่วนรถของเราก็จอดอยู่ข้างหน้ารีสอร์ทแถวๆ Lobby

ไม่ต้องห่วงครับ มี รปภ คอยดูรถให้เราตลอด ระวังแค่กวางจะมาขี้ใส่แค่นั้นเอง

จาก Lobby ไปบริเวณรีสอร์ท ไม่ค่อยไกลมากครับ สามารถเดินไปได้


จากรูปที่เห็นจะเป็นลานลาดลงไปครับ สุดลานจะเป็นทะเลสาบแล้วก็ห้องอาหารครับ

พนักงานจะพาขับรถไปชมบริเวณรีสอร์ทก่อนครับ และแนะนำว่าห้องอาหารอยู่ไหนห้องน้ำอยู่ไหน

จากนั้นจะพามาจอดที่กระโจมที่เราพักครับ



ในกระโจมก็ตามที่เห็นในภาพครับ ไม่ได้ใหญ่อะไรมากมาย

มีแอร์ให้ตัวนึง สภาพกลางเก่ากลางใหม่แต่ใช้งานได้ดี

มีโต๊ะวางของ มีตู้เย็น มีน้ำเปล่าให้ 2 ขวด ส่วนขนมกับน้ำอย่างอื่นต้องจ่ายครับ

ไฟที่ใช้ในห้องเป็นโคมไฟ 2 อันรูปร่างคล้ายตะเกียงครับ

ส่วนห้องน้ำจะเป็นห้องน้ำรวมแยก ชาย หญิง


สภาพห้องน้ำไม่น่ากลัวอย่างที่คิดคับ

ผมว่าสะอาดกว่าห้องน้ำส่วนตัวในห้องอย่างที่เจอมาในรีสอร์ทอื่นๆอีกครับ


"คลี่" ไปดูวิวไปครับ ความสุขแบบแปลกๆ





ในกระโจมอาบน้ำ จะมีที่ใส่ของไว้ให้กันเปียกครับ


ล็อคเกอร์ครับ ใช่ลูกกุญแจตัวเดียวกับที่ใช้เปิดห้อง


ห้องอาหารครับ เปิดบริการตั้งแต่ 6 โมงเช้า จนถึง 4 ทุ่มครับ

ส่วนราคาก็ตามมาตรฐานรีสอร์ททั่วไป

คือ "แพง" ครับ สำหรับผม

ออกไปหาอาหารตามสั่ง บริเวณทางเข้าเขาเขียวกินดีกว่า

ราคาเป็นมิตรกว่ากันเยอะเลย


บรรยากาศข้างหน้าห้องอาหารครับ มองไปไกลๆจะเห็นทะเลสาบ สามารถเดินไปได้ครับ


อันนี้ขับมอไซออกมาเที่ยวครับ ทางซ้ายมือของรูปนี้จะเป็นบริเวณของรีสอร์ทครับ


ในรีสอร์ทมีแสงไฟไม่ค่อยมากนะครับ จะมีแค่โคมไฟเล็กๆตั้งพื้นแค่นั้น ตกดึกบรรยากาศจะเลิศมาก





ตอนดึกๆในรีสอร์ทค่อนข้างมืดครับ ถ้าเอาไฟฉายไปด้วยจะดีมากเลย

พอตกดึกก็ได้เวลา Night Safari ล่ะครับ

จะมีรถของสวนสัตว์พานักท่องเที่ยววิ่งไปรอบเขา ไปดูกวางดูสัตว์ออกมาหากินครับ

ช่วงเวลาไนท์ซาฟารีเนี่ย ไฟในรีสอร์ทช่วงทางเดินขึ้นมาที่ล็อบบี้เพื่อไปเอารถเนี่ย

ปิดหมดครับ "มืดสนิท" เลย ได้อารมณ์เหมือนเดินอยู่ในป่าโคตร

คนอื่นเค้านั่งรถที่เขาเขียวจัดไว้ให้

มันธรรมดาไป เราไม่ชอบ

เอารถมอไซนี่แหละ ขับรอบเขา บรรยากาศค่อนข้างน่ากลัวเอาเรื่องเลย

ถ้าขับมาคนเดียวเนี่ย มีเสียวสันหลังแน่ๆ

ทางที่เค้าจัดไว้ให้ชมไนท์ซาฟารีเนี่ย ขับไม่ค่อยยากครับ

ไม่ค่อยมีพวกโค้งหักศอกหรือทางลาดชัน

ไม่มีภาพให้ดูนะครับ เพราะมันมืดมากกกกกกกกกกกกกกกก

ขับวนเล่นบนเขาได้ 3-4 รอบก็เบื่อละครับ

เพราะมันไม่ได้ใหญ่เลย ขับ 5 นาทีก็ได้รอบเขาแล้ว

มานั่ง.......



+ ดูดาว ..... ดีกว่า

^____^

ข้างหน้าเต๊นท์จะมีเก้าอี้แบบเก้าอี้เอนๆตามสระว่ายน้ำกับโต๊ะให้ตัวนึง

ก็นั่งดูดาว นอนดูดาวกันไป

ส่วนเต๊นท์เยื้องๆไปหน่อยก็มากัน 2 คนหนุ่มสาว

จิบเบียร์ไป ....... กันไป

ไม่อยากคิดว่าเข้าเต๊นท์จะเป็นไง

555+

พอตึงๆ ดึกๆ ก็ไปอาบน้ำนอนครับ ก่อนอาบน้ำแวะ "คลี่" ไป เอาไฟฉายส่องกวางที่มาเดินเล่นหลังห้องน้ำไป

แปลกดี "แต่ชอบ"

^____^

ผมไม่ได้ชอบโชว์นะครับ แต่รู้สึกดีเวลานั่ง "คลี่" แบบโล่งๆ

555+


เช้าๆมีหมอกลงด้วยครับ

แล้วถ้าเห็นกวางหรือนกอะไรก็ไม่รู้ขายาวๆ มาเดินเล่นในรีสอร์ทก็ไม่ต้องแปลกใจไม่ต้องตื่นเต้นนะครับ

เพราะสัตว์เองมันก็ไม่ได้แปลกใจหรือตื่นเต้นกับการมาของเราเท่าไหร่เลย

สงบสติอารมณ์ไว้นะครับ เดี๋ยวพวกกวางมันจะหาว่าเรา "บ้านนอกเข้าป่า"


อาหารเช้าครับ มีพวกไส้กรอก ไข่ดาว แฮม เบคอน ขนมปัง เนย แยม ข้าวต้ม คอนเฟลก น้ำส้ม น้ำเปล่า

ตามมาตรฐานรีสอร์ททั่วไป รสชาติถือว่าโอเคคับ ไม่ได้เลวร้ายน่ารังเกียจ

แต่ก็ไม่ได้กินแล้วมีออร่าหรือมังกรพุ่งออกจากปากแบบการ์ตูน




บรรยากาศเช้าๆก็โอเคคับ แต่ก็ยังแพ้ตอนกลางคืน

บริเวณรีสอร์ทมีชิงช้าให้นั่ง มีจักรยานผุๆพังๆ ให้ขี่เล่น

ก่อนจะหยิบมาขี่ก็เลือกดีๆหน่อยนะครับ

ไม่งั้นถ้าขึ้นนั่งแล้วเบาะหลุดเจอแต่ตอเหล็ก

ท่านอาจจะโดนลุกล้ำอธิปไตยไปอย่างไม่ทันระวังตัว

ที่รีสอร์ทนี้ต้องเช็คเอาท์ออกก่อน 11.00 นะครับ

สุดท้ายระหว่างทางกลับก็แวะไปหาอะไรกินที่บางแสน

ทริปนี้ครบเลยครับ

ทั้งภูเขาทั้งทะเล

ค่าน้ำมันไปกลับ รวมขับรถเล่น ไม่น่าจะเกิน 500 บาท

ค่ากินค่าอยู่แล้วแต่ว่าใครจะกินหรูอยู่สบายแค่ไหน

ส่วนค่าห้องใช้คูปอง ensogo ราคา 1300 บาทครับ

สำหรับทริปนี้ต้องบอกว่า

คุ้มเกินราคาครับ

วันอาทิตย์ที่ 8 มกราคม พ.ศ. 2555

Es-Ta-Te Khao Kheow Resort



Coming Soon

พบกันเร็วๆนี้ 

นะฮ๊าฟฟฟฟ

วันเสาร์ที่ 8 ตุลาคม พ.ศ. 2554

"น้ำใจไม่เคยตัน" ร่วมแพคถุงยังชีพช่วยเหลือผู้ประสบภัยน้ำท่วม

วันอาทิตย์ที่ 9 ตุลาคมนี้ครับ

อยากเรียนเชิญเพื่อนๆท่านใดที่พอจะมีเวลาว่าง

ร่วมแพคถุงยังชีพเพื่อช่วยเหลือผู้ประสบภัยน้ำท่วม

ของคุณตัน ภาสกรนที ได้ที่สนามฟุตบอลอารีน่า10 ซอยทองหล่อ 10

ตั้งแต่เวลา 9 โมงเช้าเป็นต้นไปครับ

แผนที่การเดินทาง

ติดตามข่าวสารเพิ่มเติมได้ที่

วันอาทิตย์ที่ 2 ตุลาคม พ.ศ. 2554

อายุครบ 10000 กิโลขวบแล้วฮ๊าฟ


วันนี้ต้องไปรับแฟนที่สุพรรณคับ

แต่บังเอิ๊ญบังเอิญเห็นว่าเจ้าลูกชายอายุครบ 1 หมื่นกี่โลขวบพอดี

แฮปปี้เบิร์ททททท เดย์ ทู้ ยู ^o^

ก่อนขับออกไปรับแฟนคับ

ก็แวะเติมน้ำมันเติมลมที่ปั๊ม ปตท เลียบด่วนรามอินทรา

(PCX คันที่เห็นนี่รถผมคับ แต่ผมไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้องอะไรกับคนในรูปนะคับ 555+)

ระหว่างเติมลมคับ

หันไปเจอร้านบะหมี่เล็กๆ


เล็กจิงๆคับ

และไม่เหมาะกับ ไฮโซ เหนือเมฆ เท้าไม่ติดดิน

แต่สำหรับ "คนเดินดิน" ธรรมดาๆ

ต้องลองครับ เพราะว่าคุ้มค่าแน่นอน

พอเดินไปถึงหน้าร้าน มีเมนูที่เขียนด้วยปากกาลูกลื่นธรรมดาๆ

ลายมือไม่ได้สะสวยอะไร

ด้วยความที่ไม่รู้ว่าอะไรอร่อย เลยอาศัยดูคนที่เค้าสั่งก่อนหน้าแล้วถามลุงเจ้าของร้านว่าอะไร

เลยได้ บะหมี่ต้มยำ มาชามนึง


บะหมี่เส้นแบน 2 ก้อน

ใส่หมูแดงมาให้เกือบสิบชิ้น

ลูกชิ้นหมูอีก 3 ลูก

ลูกชิ้นปลาเส้นหั่นเป็นแผ่นอีก 4-5 แผ่น

หมูสับใส่แบบจุใจ

กระเทียมเจียวกากหมูเจียว

ทั้งหมดนี้ เพียง 35 บาท เท่านั้น !!!

เยอะมากครับ ขนาดคนที่กินข้าวทีละ 2 จาน อย่างผมยังอิ่ม

หน้าตาอาจจะดูบ้านๆ

แต่รสชาติไม่ได้ขี้เหร่แม้แต่น้อย ถ้าขึ้นห้างนี่อย่างน้อยก็ 50 บาท ล่ะ

อร่อยแค่ไหน มีหลักฐานมายืนยันคับ


"เกลี้ยงยันก้นชาม"

ส่วนความสะอาดก็ถือว่าคุณลุงแกใส่ใจไม่ใช่น้อยคับ

ใช้ตะเกียบแบบใช้แล้วทิ้ง มีพลาสติกห่อมาอย่างดี ส่วนช้อนกับชามเนี่ย

จะให้ใช้แล้วทิ้ง คุณลุงแกคงลำบากแน่คับ

สุดท้ายก็....

เหมือนเดิมคับ "ไม่ได้มีส่วนได้ส่วนเสีย"

แต่อยากสนับสนุนคนหากินสุจริตและมีความสามารถ แต่ขาดโอกาส อย่างคุณลุงคนนี้

ใครมีโอกาสแวะไป

ถ้าท้องยังว่าง

ลองสั่งดูครับ "บะหมี่ต้มยำ"

รับรองว่าไม่ผิดหวัง

ร้านอยู่บริเวณหน้าปั๊มน้ำมัน ปตท เลียบทางด่วนรามอินทรา ฝั่งขาออก ใกล้กับ Homepro

วันจันทร์ที่ 26 กันยายน พ.ศ. 2554

เทศกาลกินเจเยาวราช อิ่มบุญ... อิ่มท้อง... อิ่มเกินไปแล้ว!!

เช้าวันจันทร์ ที่ 26 กันยายน 2554


เช้าวันจันทร์ที่แสนจะ "ธรรมดา" ไม่ต่างจากเช้าวันจันทร์อื่นๆ


อาจจะแตกต่างนิดหน่อยที่ต้อง "แหกขี้ตา" ตื่นตั้งแต่ ตี 5


เพื่อรีบไปตรวจร่างกายประจำปี ที่โรงพยาบาลกรุงเทพคริสเตียน


เท่าที่จำได้ผมไปถึงโรงบาลตอนประมาณ 6 โมงเช้า


การตรวจร่างกายเป็นไปอย่างรวดเร็วและ "ธรรมดา"


ระหว่างรอตรวจร่างกายก็มีพยาบาลหน้าตา "ธรรมดาๆ" เข้ามาเทคแคร์


แต่สายตาไวกว่าความคิด อาจเป็นเพราะประสบการณ์ที่สั่งสมมานานนับปี


ทำให้ผมเห็น "ก้น" ที่ "ไม่ธรรมดา"


จัดว่าเป็น "ก้น" ต้องจัดให้อยู่ในทำเนียบก้นสวยของผมเลยทีเดียว


ซึ่งนี่อาจเป็นสิ่ง "ไม่ธรรมดา" เพียงสิ่งเดียวที่ผมอาจจะพบเห็นได้ในวัน "ธรรมดาๆ"


แต่ผมไม่เคยรู้ตัวเลยว่าวันนี้จะเป็น


"Black Monday"




- 90.14 จุด ตั้งแต่ทำงานมา 2 ปี เพิ่งเคยเห็น


ปกติตลาดหุ้นจะทำการ Circuit Breaker เป็นเวลา 30 นาที ถ้าหุ้นลงไป 10%


แต่นี่ -9.41% แล้วตลาดก็หยุดทำการ


ทุกคนคิดว่าตลาดคง Circuit Breaker ไปแล้ว


ทุกคนเลยออกไปเดินเล่นทำธุระส่วนตัว โดยที่ไม่รู้เลยว่า


อีก 5 นาทีต่อมา ตลาดก็เปิดทำการต่อ ด้วยเหตุผลที่ว่า "ระบบขัดข้อง"


หลังตลาดเปิดทำการ ก็เจอ "แรงซื้อลึกลับ"


ดันตลาด + ขึ้นไปประมาณ 30 จุด เหลือ -60+++


"ปล้นกันกลางวันแสกๆ"


"คุณลูกค้าบังเกิดเกล้า" ก็โทรมาถามทั้งวัน ด้วยคำถามเดียวกันทุกคน


"ทำไมหุ้นลง"


"ไม่ทราบคับ" คือความคิดที่อยู่ในหัวสมองตอนนั้น แต่ถ้าพูดไปมันจะดูไม่โปรเฟสชันแนล


"โดนแรงขายจากต่างชาติคับ" ดูจะเป็นคำตอบที่ดีที่สุด ณ เวลานั้น


"มึนครับ"


"เหวี่ยงทั้งวัน"


จนเกือบลืมไปว่าวันนี้มีนัดกับแฟนไปงาน


"เทศกาลกินเจ ที่ เยาวราช"


ตลาดหุ้นปิดประมาณ 4 โมงครึ่ง แฟนเลิกงาน 6 โมงกว่า


ผมทำงานสีลม แฟนทำงานลาดพร้าว


"รอครับ"




เกือบ 3 ชั่วโมงที่นั่งรอ


พอถึงเยาวราช อยากบอกว่า


"รถเยอะมาก"


แทบหาที่จอดไม่ได้ครับ รถจอดเต็มข้างทางยาวออกมาถึงแถวๆหัวลำโพง


ไม่อยากเสี่ยงไปแทรกจอดแถวนั้นครับ


เดี๋ยวโดนล็อกล้อล่ะซวยเลย


เลยขับหาที่จอดรถคับ


โชคดีเจอที่จอดรถคับ




ตรงที่ผมวงกลมไว้ครับ


ค่าจอดเพียง 10 บาทเท่านั้นคับ จอดนานแค่ไหนก็ได้


พอเดินออกจากที่จอดมาทางเส้นเยาวราชจะเจอแยกคับ


เป็นแยกที่ค่อนข้างวุ่นวาย "มากถึงมากที่สุด"


รถ "บางคัน" ขับไม่ค่อยสนใจคนเดินเท่าไหร่


พอถึงแยก ทีนี้ต้องถามตัวเองละคับว่าชอบแบบไหน




ทางสีแดงจะเป็นงานเทศกาลอาหารเจ มีอาหารเจให้เลือกมากมาย


เจทุกอย่าง


ส่วนอีกทางจะเป็นอาหารทั่วไป


อยากบอกว่าอาหารแถวเยาวราชเนี่ย


"น่ากินมาก"


แต่ไม่ใช่เป้าหมาย เพราะเป้าหมายของเราคือ "อาหารเจ"


เดินเข้ามาในงานสะดุดตากับร้านแรกคับ




ขายกระเพาะปลาเจ


ร้านนี้แนะนำว่า ถ้ามาเยือนเทศกาลกินเจเยาวราช


"ต้องแวะมา"


ไม่มีส่วนได้ส่วนเสียกับเจ๊ที่ขายนะคับ


แต่ย้ำว่า "ต้องมา"


ยิ่งใครชอบพวกซุปใส่พวกเครื่องเทศจีน กลิ่นออกหอมๆ มีรสไม่เผ็ดแต่กินแล้วร้อนๆ


"ยิ่งต้องมา"


อร่อยจิงคับ เดินกินหมดไป 1 ชาม ยังไม่พอต้องซื้อกลับบ้านอีก 2 ถุง


ถัดมาอีกร้านคับ


อยู่ข้างๆกันเลย ขายซาลาเปาเศรษฐีกับหมั่นโถวเศรษฐี คับ


ต้อง "เศรษฐี" คับ


เพราะมันลูกละ 20 บาท


อย่าคิดว่าลูกใหญ่นะคับ "เล็กมากกกกก"


แถวบ้านลูกขนาดนี้ขายกัน 7 บาทคับ ที่เซเว่นถ้าขนาดนี้ ขายประมาณ 10 บาทคับ


แต่ที่นี่ "ไทยแลนด์" คับ อะไรก็เกิดขึ้นได้


ไม่ใช่เศรษฐี แต่อยากลองชิมดูคับ


ควักแบงค์ 20 ให้ไปแล้วเอามาลองลูกนึง



ไม่ทราบเหมือนกันคับว่าไส้อะไร

ออกจากท้องพ่อท้องแม่มาก็นานแล้ว เพิ่งเคยกิน

"อร่อยคับ"

รสชาติเหมือนพวกกุ้ยช่าย แต่ไม่ใช่คับ มันหอมกว่า ไม่รู้ปรุงรสยังไง

เดินต่อไปเรื่อยๆเจอฮาเลย์คันงามคับ

ล้อหลังใหญ่ยังกะรถบรรทุก

แล้วก็เดินมาจนสุดทาง ข้ามถนนมาอีกฝั่งคับ ก็เป็นร้านอาหารเรียงรายกันเต็มไปหมด

แต่จะให้ซื้อกินหมดทุกร้านคงจะไม่ไหว

ไม่อยากวัดดวงว่าพุงจะแตกหรือกระเป๋าจะฉีกก่อน

แต่มีอีกร้านที่อยากแนะนำให้ไปครับ

น้ำส้มนี่ไม่เกี่ยวนะคับ

"ร้านขายแหนมเห็ดคับ"

ดูจะธรรมดาๆ ไม่มีอะไรแปลกใหม่แน่นอน

เดินเข้าไปซื้อมาเพราะแฟนอยากกินคับ

"เขาชอบ"

"คนขายหล่อโฮกกกกกกก"

จัดว่าหน้าตาดีสุดในบรรดาร้านที่มาขายของคับ

แต่ที่ "ไม่ธรรมดา" ที่สุดคับ

จังหวะทอนตัง ไม่รู้น้องแกก้มไปเรียกใครให้มาทอนตัง

โผล่ขึ้นมาปุ๊ป

"นางฟ้า"

"ชัดๆ"

ไม่รู้ว่าน้องสาวหรือแฟนคับ กะจะหยิบโทรศัพท์มาขอถ่ายรูปน้องเค้าคู่กะร้าน

"มือ(แฟน)ไวเท่าความคิด(ผม)"

ดึงถุงออกจากมือแล้วเดินหนีไปไหนไม่รู้ ถ่ายไม่ทันคับ

ไม่ได้มีส่วนได้ส่วนเสีย

แต่ถ้าแวะไป ไปอุดหนุนน้องเค้าด้วยนะคับ

555+

ทริปนี้คงไม่มีรีวิวอะไรมากมายคับ เพราะส่วนใหญ่เป็นอาหารทั้งนั้น เอาเป็นว่าถ้าใครกินเจ ต้องได้ของติดไม้ติดมือกลับบ้านแน่ๆ

^^

สรุป

ค่าน้ำมัน ถ้าจากลาดพร้าว ไปกลับคงประมาณ 50 บาท

ค่าจอดรถ 10 บาท

ค่ากิน แล้วแต่ทุนทรัพย์กับความหิว

งานมีถึงวันที่ 5 ตุลาคมนี้คับ ใครที่ชอบเดิน ชิม ชอป เดินไปกินไปต้องชอบแน่ๆคับ แต่อาหารไม่ค่อยหลากหลายเท่าไหร่เพราะว่าเป็นอาหารเจ แต่ถ้าเดินไปอีกฝั่งนึงรับรองว่า "ละลานตา" แน่นอนคับ

วันจันทร์ที่ 19 กันยายน พ.ศ. 2554

ทริปไกลๆ ไป Kao Kaew Es-ta-te Resort & Safari






ไปเที่ยว เขา เขียว เอส-ตา-ตี่ รีสอร์ท แอนด์ ซาฟารี กับ 2 ล้อ สตอรี่ เร็วๆนี้

ทริปเล็กๆที่เรียกว่า... สถานตากอากาศบางปู

"จะไปเที่ยวไหนกันดี ???"

คำพูดอันเลื่อนลอยไม่ได้หวังคำตอบดิบดีอะไร หลุดออกจากปากผมไป

ตัวผมเองก็ไม่ได้หวังว่าจะต้องไปไหน เพราะตอนนั้นก็เป็นเวลาเที่ยงกว่าๆแล้ว

แต่คงเพราะเคยทำบุญปล่อยนกปล่อยปลา ณ ที่นั้นมาแต่ชาติก่อน

ทำให้วันนี้ผมต้องไปเยือนที่นั่น "เป็นครั้งแรก"


"สถานตากอากาศบางปู"

เป็นครั้งแรกที่ต้องไป ไม่รู้เส้นทาง ไม่รู้ว่าอยู่ที่ไหน ไม่รู้ว่าเป็นยังไง

ด้วยเวลาอันน้อยนิดที่มีทำให้ต้องรีบหาเส้นทางอย่างด่วนที่สุด

พอถึงเวลาประมาณบ่าย 2 กำลังจะออกจากบ้าน

"แดดแรงมาก"

คุณเธอที่ทำท่าอยากจะไปกลับบอกผมว่า

"กลับเข้าบ้านไปนอนดูหนังดีกว่า เย็นๆค่อยไป"

ซึ่งสุดท้ายกว่าจะได้ออกจากบ้านก็ล่วงเลยไปจน "5 โมงเย็น"

!!!!!!!!!!

จะไปดูอะไร ไปถึงฟ้าก็มืดพอดี

แต่ก็ได้แค่บ่นในใจ เพราะคุณเธออยากดู "นกนางนวล"

"ด๊ายยยยยยยยยย ไปก็ด๊ายยยยยยยยยยย"



เริ่มต้นจากที่เดิม ปั๊มแห่งชาติ(ปตท) เลียบทางด่วนรามอินทรา ข้างโฮมโปร


เลี้ยวกลับแล้วมุ่งหน้าสู่พระราม 9

ถึงแยกพระราม 9 เลี้ยวซ้ายเข้าเส้นพระราม 9 แล้วตรงไปเรื่อยๆ


มุ่งหน้าตามเส้นพระราม 9 ไปเรื่อยๆ จนถึงเส้นศรีนครินทร์ ข้ามสะพานแล้ววนก้นหอยเพื่อเข้าเส้นศรีนครินทร์ จากนั้นตรงยาว


"ถนนศรีนคริทร์"

เนื่องจากกำลังปรับปรุงถนนให้มีสภาพที่ดีขึ้น เลยทำให้ปัจจุบันสภาพถนน

"เหียกกกก มากกกก"

ถึงแม้รถไฟฟ้า BTS จะสร้างจนจะเสร็จไปกี่เส้นกี่สาย

ถนนศรีนครินทร์ก็ยังคงเป็น "อมตะนิรันดร์กาล" ของถนนที่ยังสร้างไม่เสร็จเสียที

และสภาพการจราจร

"อโศกว่าแย่แล้ว ที่นี่แย่กว่า"

และเหนืออื่นใดนั้น คนขับรถแบบ "กั๊ก" เยอะมาก

ถนนบนเส้นศรีนครินทร์จะมีดีอยู่อย่างนึงคือ บริเวณไหล่ทางของเลนขวา มีที่มากพอจะให้มอเตอร์ไซค์วิ่งผ่านได้

แต่เล็กเกินจะให้รถที่ใหญ่กว่ามอเตอร์ไซค์ ขับผ่านไปได้

แต่จะมีรถ "บางคัน" ที่ถึงแม้จะไปไม่ได้ แต่ขอให้ได้ออกมาขวางก็ยังดี

คำเดียวคับ

"กั๊ก"

จากนั้นก็ตรงตามเส้นศรีนครินทร์เรื่อยๆ ผ่านห้างซีคอนสแควร์

ข้ามสะพานข้ามเส้นบางนา


จากนั้นท่านจะพบสวรรค์ของผู้ชายลัลล๊า

2 ข้างทางเต็มไปด้วย ... และ ...

จากนั้นตรงมาเรื่อยๆ จนสุดเส้นศรีนครินทร์ เจอ 3 แยก เลี้ยวซ้ายเพื่อเข้าสู่เส้นสุขุมวิท


จากนั้นตรงตามเส้นสุขุมวิทไปเรื่อย สั่งเกตป้ายให้ดีครับ จะมีป้ายบอกให้เลี้ยวขวา เข้าสถานตากอากาศบางปู

แต่ว่า....... !!!!

"ไม่มีแยกให้เลี้ยวววว" !!!

ให้ตรงเลยไปอีกนิดคับ จะเจอที่เลี้ยวกลับ

ถนนแถวนี้ต้องขับแบบระวังหน่อยนะครับ เพราะคนข้ามถนนเยอะมาก

รถ 2 แถวที่อาจเบรคกระทันหันเพื่อรับผู้โดยสารเยอะมาก

ต้องบอกว่าการแข่งขันของรถโดยสารสูงมากนะครับแถวนั้น บางทีเห็นรถ 2 แถว 4 คันวิ่งเข้าหาผู้โดยสารที่โบกเรียกพร้อมๆกันก็มี

ต่อครับๆ...

เลี้ยวกลับเสร็จชิดซ้ายเลยคับ จะเห็นทางเข้าที่เป็นเหมือนกรมทหารอยู่

เนื่องจากสถานตากอากาศบางปูเนี่ย อยู่ในการดูแลของทหารบก

เลี้ยวซ้ายเข้าไปเลยครับ

ค่าเข้าฟรีครับ ไม่ต้องจ่ายซักแดง เข้าไปแล้วตรงไปเลยครับ ตรงไปเรื่อยๆจะเจอวงเวียน



ถ้าท่านโชค(ไม่)ดี จะเจอผู้ชายวัยกลางคนท่านนึง เดินมาพร้อมกับนกหวีดประจำตัว

(จังหวะนี้นึกภาพตามนะครับ)

ขณะที่ท่านกำลังจะเลี้ยวซ้ายเพื่อวนตามวงเวียน

เสียงนกหวีดแปดหลอดก็ดังขึ้น ชายคนดังกล่าวหันหน้ามาหาท่านพร้อมกับผายมือขวาไปทางขวา ราวกับจะเชิญชวนแล้วเราเลี้ยวไปตามวงเวียน

ผิดครับ !!!!

เค้าห้ามไม่ให้เราไปทางนั้นครับ จะให้เราเลี้ยวขวาเข้าลานจอดรถเลย

แหมมมมมมมมม้

"พี่คับ พี่ช่วยเปลี่ยนท่าได้มั๊ยคับพี่"

จากนั้นให้เลี้ยวเข้าลานจอดได้เลยครับ

ค่าจอดรถ 10 บาทเท่านั้น

เป้าหมายทริปนี้คือการไปดู "นกนางนวล"

แต่พลาดครับ นกนางนวลจะมาตอนพฤศจิกายน - พฤษภาคม (น่าจะประมาณนี้)

เพราะงั้นทริปนี้เป็นทริปเดินเล่นถ่ายรูปละกันคับ

หลังจากจอดรถเสร็จระหว่างทางเดินไปที่ศาลาสุขใจท่านจะเห็นกังหันลม

(ที่ไม่รู้ว่าผลิตไฟฟ้าได้มั๊ย)

ระหว่างทางเดินไปศาลาสุขใจอยากบอกว่าบรรยากาศดีมากครับ

เป็นสะพานปูขนาดใหญ่ประมาณ 4 เลน ไม่ค่อยมีรถวิ่งขึ้นมา

รถที่วิ่งส่วนใหญ่จะเป็นรถรับส่งของทางสถานตากอากาศบางปู

สะพานยาวมากครับ วิว 2 ข้างทางจะเป็นป่าชายเลนและทะเล

เนื่องจากไปถึงประมาณ 6 โมงนิด บรรยากาศก็เริ่มแดดร่มลมตก มองออกไปทางทะเล

เห็นฝนกระหน่ำลงเป็นสาย น่ากลัวครับ น่ากลัวจะกลับไม่ทัน

บริเวณสะพานจะมีหนุ่มสาวมายืนถ่ายรูป เดินเล่น จนบางคู่ถึงกับมายืนพลอดรักกันก็มี

"เอาหูไปนา เอาตาไปดู"

ไม่มีอะไรมากหรอกคับ ยังไม่ถึงขั้นหนังสด ไม่ต้องตกใจ

ที่ปลายสะพานจะพบกับอาคารหลังหนึ่งที่ดูเผินๆก็รู้คับว่าน่าจะมีอายุรุ่นลุงๆป้าๆ

ที่ได้รับการดูแลรักษาเป็นอย่างดี

"ศาลาสุขใจ"




บรรยากาศภายในอาคารจะเหมือนกับพิพิธภัณฑ์ขนาดย่อมๆ ที่อบอวลด้วยกลิ่นอาหาร

จากห้องอาหารของศาลาสุขใจ




ภายในมีห้องน้ำ ร้านขายขนม และร้านขายของฝากไว้บริการครับ

กว่าจะเดินเสร็จถ่ายรูปเสร็จเวลาก็ประมาณ 1 ทุ่มแล้วครับ

ก็ได้เวลากลับซะที

สรุป

ค่าน้ำมัน ใช้น้ำมันที่เหลือจากทริปสำเพ็ง + น้ามันเก่าคาเครื่อง คงประมาณ 60-70 บาท (ไป-กลับ)

ระยะทาง ประมาณ 40 กม ไม่มีขาดแต่อาจมีเกิน

ความเร็วที่ใช้เฉลี่ย 70 กม/ชม

อยากบอกคับว่าเป็นสถานที่ที่คุ้มค่าและควรค่าแก่การมาเยือนซักครั้ง อาจจะไมไ่ด้บรรยากาศที่สวยมากมาย แต่ก็เยอะพอถ้าเทียบกับระยะทาง ค่าใช้จ่าย และเวลาที่เสียไป แต่ถ้ามาเพื่อกินข้าวเอาบรรยากาศอาจจะต้องทำปิ่นโตมา เพราะที่นี่ไม่ค่อยมีร้านอาหารให้บริการเท่าไหร่และถ้ามาช่วงค่ำๆเย็นแนะนำให้กลับประมาณทุ่มนึง เพราะหลังจากนั้นอาจจะไม่ค่อยดีนักเนื่องจากเปลี่ยวและมีนักท่องเที่ยวบางท่านนำเหล้ามากิน โดยรวมอยากบอกว่าคุ้มครับ